WeChat ID :
หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว
เราได้เห็นแล้วว่า
คอนโดตึกไหนได้ไปต่อ
คอนโดตึกไหนควรระวัง
.
สิ่งที่น่าชื่นชมอย่างนึง
คือ Developer ทุกเแบรนด์
ออกมา Action สำรวจหน้างาน
และให้ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับตัว product ตัวเอง
.
รอยแตกรอยร้าวที่เกิดขึ้น
ไม่ได้หมายความว่าตึกนั้นคุณภาพไม่ดี
มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามปกติอยู่แล้ว
ตราบใดที่ตัวเสาและคาน
ซึ่งถือเป็นโครงสร้างหลักยังปกติอยู่
ภาพรวมก็ยังถือว่าไปต่อได้
.
แต่ก็ยังมีอีกมุมนึง
ที่ผมจะพูดถึง
ทั้งเจ้าของและลูกค้า
ควรพิจารณาในการหาที่อยู่
นั่นคือ #การเลือกเอเจ้นท์มาดูแล
.
เหตุการณ์แผ่นดินไหวในวันที่ 28 มีนาคม 2568
ถือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่จำเป็นต้องรับมืออย่างรวดเร็ว
รอบคอบ และใส่ใจ
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
ทั้งเจ้าของทรัพย์และผู้เช่า
#โดยเอเจ้นท์ควรมีแนวทางการปฏิบัติอย่างไรบ้าง
.
1. เช็กความปลอดภัยของลูกค้าและทรัพย์สินทันที
โทรหรือส่งข้อความหาผู้เช่าทุกราย
ที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ
เพื่อสอบถามความปลอดภัยของผู้พักอาศัย
และความเสียหายของตัวห้องพักหรืออาคาร
.
ถ้าลูกค้าอยู่ต่างประเทศ
ควรแจ้งสถานการณ์และข้อมูลล่าสุดเป็นภาษาอังกฤษด้วย
.
ตรวจสอบสภาพของทรัพย์ที่รับฝากขาย/ปล่อยเช่าโดยเร็ว
และถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน
.
.
.
2. ประสานงานกับนิติบุคคล / เจ้าของอาคาร
ติดต่อฝ่ายนิติบุคคลของคอนโด
หรือเจ้าของอาคารให้เช่า
เพื่อสอบถามแผนการตรวจสอบอาคารและการซ่อมแซม
.
ขอรายงานหรือใบรับรองความปลอดภัย
จากวิศวกรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
.
ถ้ามีการอพยพ
ควรแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงสถานที่พักชั่วคราว
และระยะเวลาการเข้าพักได้อีกครั้ง
.
.
.
3. อัปเดตข้อมูลทรัพย์และสื่อการขาย/เช่า
ถ้ามีความเสียหาย
ควร “พักการตลาด” ชั่วคราว
และอัปเดตสถานะของทรัพย์ในระบบ listing
เว็บไซต์ หรือโพสต์ต่างๆ
.
ถ้ามีทรัพย์ที่ยังปลอดภัย
และพร้อมอยู่อาศัย
ควรระบุไว้ชัดเจน
เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้เช่าหรือผู้ซื้อ
.
.
.
4. ให้คำแนะนำด้านประกันภัยและการเคลม
สอบถามลูกค้าว่า
ได้ทำประกันภัยทรัพย์สินไว้หรือไม่
.
ถ้ามี
ควรช่วยประสานงาน
และให้คำแนะนำในการเตรียมเอกสารเคลม
.
ถ้ายังไม่มี
อาจแนะนำให้ทำประกันภัย
ที่ครอบคลุมภัยธรรมชาติในอนาคต
.
.
.
5. สื่อสารเชิงรุกอย่างมืออาชีพ
โพสต์ข้อความให้ข้อมูลที่ถูกต้อง
เกี่ยวกับผลกระทบ
และแนวทางดูแลหลังแผ่นดินไหว
บนช่องทางโซเชียลของคุณ
.
เน้นความพร้อมในการช่วยเหลือ
ดูแลลูกค้า
และความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
.
หลีกเลี่ยงการโฆษณาเชิงพาณิชย์ในช่วงวิกฤต
เพราะอาจดูไม่เหมาะสม
.
.
.
6.เป็นตัวกลางในการเจรจา
ภัยทางธรรมชาติ
ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ
แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว
เราควรเจรจากับเจ้าของและผู้เช่า
ว่าจะช่วยกันแบ่งเบาภาระกันอย่างไรได้บ้าง
ให้ดูไม่เป็นภาระของแต่ละฝ่ายจนเกินไป
.
เช่น การปรับลด หรือไม่เก็บค่าเช่า
ระหว่างการซ่อมแซมห้อง
.
ถ้าลูกค้าไม่สบายใจที่จะอยู่
ควรใช้สติและเหตุผลในการพูดคุย
.
เพราะตามหลักของตัวสัญญาเช่า
การที่ใช้คำว่า"ไม่สบายใจ"
อาจจะเป็นเหตุผลไม่เพียงพอที่จะแจ้งย้ายออก
และขอเงินประกันคืน
.
การที่จะย้ายออกได้โดยไม่ผิดสัญญานั้น
ควรมีใบรับรองจากทางวิศวกรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรอง
ถึงจะสามารถย้ายออกได้
.
แต่ในเหตุการณ์แบบนี้
การคุยกันตามตัวสัญญาและกฏหมายอย่างเดียว
อาจจะต้องใช้วาทศิลป์ร่วม
เพราะมันคาบเกี่ยวกับคำว่ามนุษยธรรมด้วย
.
.
.
ข้อความด้านบน
เป็นส่วนของเอเจ้นท์ที่ควรจะทำ
.
และหลังจากนี้
ตัวของของเจ้าของและลูกค้าเอง
อาจจะต้องพิจารณาเอเจ้นท์เข้ามาช่วยดูแลลูกค้าเพิ่มขึ้น
.
โดยให้พิจารณาเอเจ้นท์ระหว่าง
อาชีพเอเจ้นท์ (Good Agent)
และเอเจ้นท์อาชีพ (Great Agent) ดังนี้
.
1.เช็กสถานการณ์ vs เช็กหัวใจ
Good Agent : อาจถามว่าห้องเสียหายไหม
Great Agent : จะถามก่อนว่า "คุณปลอดภัยดีไหมครับ?"
.
2.รอรายงานจากนิติ vs ลงพื้นที่ด้วยตัวเอง vs
Good Agent : อาจรอฟังข่าวจากนิติ
Great Agent : เดินทางไปตรวจห้องลูกค้าเอง และส่งภาพ+สถานะให้แบบ real time
.
3.แนะนำให้เคลมประกัน vs ช่วยเตรียมเอกสารให้เลย vs
Good Agent : อาจบอกขั้นตอนการทำประกันเพื่อเตรียมไว้ภายหลัง
Great Agent : “คิดแทน” ช่วยจัดการเบื้องต้นจนลูกค้าแทบไม่ต้องกังวล
.
4.อัปเดตทรัพย์ vs อัปเดตใจลูกค้า vs
Good Agent : โพสต์ว่า “ห้องปลอดภัย”
Great Agent : โทรหา พูดคุย และพร้อมหา solution เผื่อมีการย้ายหรือพักชั่วคราว
.
5.ทำตามหน้าที่ vs ทำให้เกินคาด vs
ความแตกต่างระหว่าง
"Good Agent" กับ "Great Agent"
อยู่ที่รายละเอียดเล็กๆ
ที่ลูกค้าจะไม่มีวันลืม
ในวันที่ลูกค้าไม่มั่นใจ…
เขาจะจำได้ว่า
ใครคือคนที่อยู่ตรงนั้นเพื่อเขาจริงๆ
.
.
.
สุดท้ายนี้
เอเจ้นท์เองก็สามารถสร้างวิกฤติให้เป็นโอกาส
แสดงศักยภาพการดูแลและประสานงาน
มีความใสใจและห่วงใยเสมือนเป็น 1 ในครอบครัว
.
ให้เจ้าของและลูกค้า
ได้รับประสบการณ์ที่ดีกับเอเจ้นท์
ว่าการที่มีเอเจ้นท์ช่วยดูแลในยามวิกฤติ
มันดีกว่าการที่ตัวเจ้าของเอง
จะต้องมานั่งจัดการเองทั้งหมดอย่างไร
.
ตัวเอเจ้นท์เอง
จะได้พูดคุยกับตัวเองด้วยว่า
หลังจากที่ได้รับค่าวิชาชีพมาแล้ว
จริยธรรมในการประกอบอาชีพของอาชีพ
คุณมองสิ่งนี้ในลักษณะอย่างไร
.
แค่ได้ค่าคอมแล้วก็จบกันไป
เพราะถือว่าเป็นแค่การตลาดหาลูกค้า
.
หรือว่ามี Service Mind
อยู่ดูแล คอยประสานต่อจนครบสัญญา
.
ซึ่งตอนนี้ได้ยินหลายคนบ่นกัน
ว่าเอเจ้นท์ต่างชาติไม่ได้เข้ามาช่วยดูแลเลย
ทำให้เอเจ้นท์ไทยมีปัญหากับการประสานงาน
ที่จะติดต่อกับอีกฝั่ง
ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือผู้เช่า
ที่มาจากเอเจ้นท์ต่างชาติ
.
เหตุการณ์นี้
เป็นโอกาสให้เอเจ้นท์ไทยแสดงฝีมือ
และได้แสดงสปิริตของวิชาชีพได้อย่างเต็มที่
ว่าเราดีกว่าเอเจ้นท์ต่างชาติอย่างไร
.
แน่นอนว่าการกระทำสิ่งเหล่านี้
ไม่มีถูกมีผิด
อาจจะเป็นแนวทางของเอเจ้นท์
หรือนโยบายของบริษัทอยู่แล้ว
.
แต่สิ่งที่จะตัดสินคุณ
อาจไม่ใช่กฏระเบียบของบริษัท
แต่การมุมมองและความรู้สึก
ของเจ้าของและลูกค้า
.
ขอให้ทุกคนผ่านช่วงวิกฤติไปได้ด้วยดี
กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติกันทุกฝ่ายได้โดยไว
.
ร่วมพูดคุยกันได้ที่
https://www.facebook.com/Ex.MatchingProperty/posts/pfbid02X79jdna2TYfqkRwB6ZLHY1uufb6u1EcLLyfmTypg1AjRDYoaVj2NNpi9SLTEGrLDl